จังหวะการปล่อยเมล็ดใน "โหมดอัตโนมัติ" คือเมื่อใด?

ในโหมดอัตโนมัติ เครื่องจะทำการปล่อยเมล็ดออกโดยอัตโนมัติเมื่อถึงอุณหภูมิที่ปล่อยเมล็ด (Drop Temperature) ที่กำหนดไว้*ในกรณีที่มีปัจจัยอื่นๆ (เช่น ปริมาณเมล็ดมีความแตกต่างกันมากเกินไป) ส่งผลให้อุณหภูมิยังไม่ถึงจุดที่ตั้งไว้ แม้ว่าจะเลยเวลาปล่อยเมล็ดตามโปรไฟล์เดิมมาแล้ว 30 วินาที เครื่องจะทำการปล่อยเมล็ดออกโดยอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัย

จำเป็นต้องติดตั้งท่อระบายควันหรือไม่?

ใช่ครับ จำเป็นต้องติดตั้ง เนื่องจากตัวเครื่องไม่มีระบบกำจัดควันในตัว (Smoke Eliminator) ควันที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการคั่วจะต้องถูกระบายออกผ่านท่อระบายอากาศขนาด 4 นิ้ว โดยผู้ใช้งานจำเป็นต้องเตรียมและติดตั้งท่อระบายอากาศมาตรฐานนี้ด้วยตนเอง

มีวัสดุสิ้นเปลืองที่ต้องซื้อเปลี่ยนบ่อยหรือไม่?

เครื่องคั่วกาแฟรุ่นนี้ไม่มีวัสดุสิ้นเปลืองที่ต้องเปลี่ยนบ่อย นอกเหนือจากน้ำมันหล่อลื่นสำหรับลูกปืนหน้า (Front Bearing) ในกรณีที่ถังคั่วหมุนแล้วเริ่มมีเสียงผิดปกติ ผู้ใช้งานสามารถเติมน้ำมันหล่อลื่นทนความร้อนสูงเกรดอาหาร (Food Grade) ที่เราจัดเตรียมไว้ให้เพื่อกำจัดเสียงรบกวนได้ด้วยตนเอง (โปรดดูรายละเอียดในวิดีโอสาธิตการใช้งาน) สำหรับชุดแท่งทำความร้อนโลหะ (Heating Element) แม้จะมีอายุการใช้งานตามปกติ แต่หากใช้งานตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง มักจะไม่เสียหายง่ายและไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนบ่อยครั้ง

ควรทำความสะอาดเครื่องบ่อยแค่ไหน? และสามารถถอดแยกชิ้นส่วนได้หรือไม่?

ขอแนะนำให้ทำความสะอาดถาดเก็บเศษเมล็ดและถังเก็บแกลบทุกครั้งหลังจากคั่วเสร็จในแต่ละวัน สำหรับถาดเก็บเศษเมล็ดควรทำความสะอาดในขณะที่ตัวเครื่องเย็นลงแล้วเพื่อป้องกันการถูกลวก การสะสมของเศษเมล็ดที่มากเกินไปจะส่งผลต่อรสชาติและกลิ่นของกาแฟ และอาจเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ได้ ส่วนถังเก็บแกลบสามารถรองรับปริมาณแกลบได้จากการคั่วประมาณ 10 กิโลกรัม หากมีแกลบสะสมมากเกินไปจะทำให้ท่อลมเกิดการอุดตันและลดประสิทธิภาพในการเก็บฝุ่น นอกจากนี้ กระจกประตูหน้า, ถังคั่ว และใบพัดระบายอากาศยังสามารถถอดออกมาล้างทำความสะอาดได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้ปิดสวิตช์ไฟเรียบร้อยแล้วก่อนเริ่มทำความสะอาด (โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมในวิดีโอสาธิตการใช้งาน)

ควรทำอย่างไรหากพบว่าเมล็ดกาแฟไหม้หรือเกิดไฟลุกไหม้ขณะคั่ว?

คุณสามารถกดปุ่มปล่อยเมล็ด (Drop) บนหน้าจอ หรือดึงคานปล่อยเมล็ด (Manual Lever) เพื่อปล่อยเมล็ดออกได้ทันที ในกรณีที่เกิดไฟไหม้ แนะนำให้ทำการปล่อยเมล็ดออกมาก่อน (ในขณะที่เมล็ดไม่ได้อยู่ในถังคั่วแล้ว) จากนั้นจึงทำการปิดเครื่องโดยทันที (Force Shutdown) เพื่อป้องกันไม่ให้พัดลมหล่อเย็นดูดเปลวไฟเข้าไปจนเกิดเพลิงไหม้ลุกลาม

โดยปกติ เครื่องจะถูกตั้งค่าขีดจำกัดอุณหภูมิเมล็ดไว้ที่ 230°C ระบบจะมีเสียงแจ้งเตือนเมื่ออุณหภูมิสูงถึง 225°C และจะทำการปล่อยเมล็ดออกโดยอัตโนมัติเมื่อถึง 230°C เพื่อระบายความร้อน ทั้งนี้ ผู้ใช้สามารถปรับขีดจำกัดอุณหภูมิได้สูงสุดถึง 250°C ในหน้าการตั้งค่า (Setting) แต่โปรดทราบว่าโอกาสที่เมล็ดกาแฟจะเกิดการลุกไหม้จะสูงขึ้นตามไปด้วย และผู้ใช้งานจะต้องยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดเพลิงไหม้จากการตั้งค่าดังกล่าวเอง

ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการใช้งานแอปพลิเคชันหรือไม่?

เรามีแอปพลิเคชันสนับสนุนให้ใช้งานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย คุณสามารถดาวน์โหลดและเลือกใช้งานได้ตามความถนัดและรูปแบบการใช้งานที่คุณต้องการ

รูปแบบการเชื่อมต่อของตัวเครื่องเป็นอย่างไร?

เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth โดยไม่จำเป็นต้องมีสัญญาณอินเทอร์เน็ต

 

สามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรม ARTISAN ได้หรือไม่?

ปัจจุบันฟังก์ชันนี้ยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการพัฒนา โดยการใช้งานหลักของผลิตภัณฑ์รุ่นนี้จะเน้นการทำงานผ่านแอปพลิเคชันที่เราพัฒนาขึ้นเองโดยเฉพาะ

ระบบปฏิบัติการของฉันจะไม่รองรับแอปพลิเคชันหรือเปล่า?

แอปพลิเคชันของเราสามารถใช้งานได้ทั้งบนระบบ Android และ iOS

แอปพลิเคชันมีความเสถียรแค่ไหน? จะหลุดการเชื่อมต่อได้ง่ายหรือเปล่า?

แอปพลิเคชันของเราผ่านการทดสอบมาหลายครั้งและมีความเสถียรสูงมาก อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัย หากคุณสลับหน้าจอไปยังแอปฯ อื่น หรืออุปกรณ์ (สมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต) ปิดตัวลงเนื่องจากแบตเตอรี่ต่ำ (ไม่ได้เปิดหน้าแอปฯ ค้างไว้) การเชื่อมต่อกับตัวเครื่องจะสิ้นสุดลง และสิทธิ์ในการควบคุมหลักจะถูกเปลี่ยนจากตัวอุปกรณ์กลับมาอยู่ที่ตัวเครื่องคั่วโดยตรงทันที
TOP